ย่างกุ้ง ทริปไหว้พระ นอนพักสุดชิล กับแฟมิลี่ทริป

Last updated: 29 ก.พ. 2563  | 

ย่างกุ้ง ทริปไหว้พระ นอนพักสุดชิล กับแฟมิลี่ทริป

ทริปนี้เราจะพาบินลัดฟ้าไปประเทศพม่า เมืองย่างกุ้งกันค่ะ ย่างกุ้งถือเป็นอีกหนึ่งที่ฮอตฮิตสำหรับคนไทยที่อยากจะไปไหว้พระ เพราะในเรื่องของการเดินทางหรือค่าใช้จ่ายนั้นเรียกได้ว่าไม่แพงเลย วันนี้เราเลยชวนคนที่บ้านเก็บกระเป๋าออกทริปกันค่ะ เด็ก ๆ อยากไปเที่ยว คุณยายอยากไปไหว้พระ ส่วนวัยรุ่นอย่างเราก็อยากไปชิลค่ะ สนุกแน่ ๆ ทริปนี้ อิอิ

เริ่มต้นการเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย บินถูกใจ ราคาสบายกระเป๋า ราคาค่าตั๋วไป-กลับอยู่ที่ประมาณคนละ 2900 บ. (ไม่รวมค่ากระเป๋าสัมภาระนะคะ) 

อีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับทริปนี้ก็คือเจ้า Pocket Wifi นี่แหละจ้า ทริปนี้เราตกลงปลงใจให้บริการของ Wi-Ho ค่ะ เช่าแค่อันเดียวก็สามารถแชร์ให้ได้ทุกคน ดีงามมาก ๆ เลยอ่ะ รายละเอียด Pocket Wifi ตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ https://bit.ly/2wnvXZC

เราใช้เวลาในการเดินทางจากสนามบินดอนเมือง กทม. มาที่ย่างกุ้ง ประเทศพม่า ประมาณ 1.30 ชม. เท่านั้นค่ะ มาถึงก็เปิด Pocket Wifi ใช้ได้ทันที สะดวกมาก ๆ ค่ะ เพียงแค่ใส่รหัส Wifi ตามที่หน้าจอระบุไว้ก็สามารถใช้ได้เลย

หน้าตาสมาชิกของทริปนี้ ถ่ายเป็นที่ระลึกระหว่างรอรถมารับค่ะ อ้อ ทริปนี้เราเช่ารถตู้พร้อมคนขับพาเราเที่ยวทั้ง 3 วัน 2 คืน พร้อมรับส่งสนามบิน ราคา 200usd

ที่พักของเราในทริปนี้ก็คือที่นี่เลยค่ะ Best Western Green Hill Hotel Yangon สามารถดูรายละเอียดจองห้องพักได้ที่ Agoda

จากสนามบินย่างกุ้งใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ถึงโรงแรมค่ะ (รถติด) วันแรกเราบินไฟล์ทเย็นขอเช็คอินแล้วพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาลุยตระเวนเที่ยว เผลอแปปเดียวเด็ก ๆ ลงไปคลานเล่นซะแล้วว 5555

 ห้องพักที่จองไว้เป็นแบบ twin rooms with breakfast ขอบอกเลยว่าห้องพักเนี่ยกว้างมาก ๆ สะอาด วิวดีด้วยค่ะ

เตียงนุ่ม ๆ คืนนี้หลับสบายแน่ ๆ

มีอ่างให้นอนแช่ด้วยน๊าาา

วิวหลังห้องค่ะ มองเห็นพระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) อยู่ไกล ๆ ด้วย ดีงาม คืนนี้ขอนอนเอาแรงออกทริปพรุ่งนี้ก่อนน๊าาา

 กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ก่อนออกเดินทางในวันนี้มาเติมพลังกับอาหารเช้าหลากหลายสไตล์ที่โรงแรมกันค่ะ

 อาหารเช้า รสชาติโอเคเลยค่ะ อิ่ม อร่อยกันถ้วนหน้า

พร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันค่ะ ย่างกุ้ง ประเทศพม่า ถือเป็นเมืองที่มีคนศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก ดังนั้นไม่แปลกเลยที่ในเมืองย่างกุ้งอดีตเมืองหลวงแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยวัด โดยที่พม่าจะเรียกวัดว่า ปาโกด้า(Pagoda) นี่เอง ไกด์พาทัวร์ไหว้พระในทริปนี้ชื่อว่าพี่ทินโซ่ ที่แรกที่พี่ทินโซ่จะพาเราไปก็คือ เจดีย์เยเลพญา (Yele Pagoda) อยู่ที่เมืองสิเรียม ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. หลับยาวไปจ้าาา

ถนนหนทางบางช่วงบางตอนก็จะเป็นอย่างในรูปนี่แหละค่ะ เลยทำให้การเดินทางล่าช้านิดหน่อยเพราะรถค่อนข้างติด

มาถึงแล้วค่ะ เจดีย์เยเลพญา (Yele Pagoda)

มาถึงพี่ทินโซ่ก็พาไปซื้อตั๋วนั่งเรือข้ามฟาก ราคา 5000 จ๊าด/ลำ ประมาณ 103 บ. ค่ะ คนขายก็จะนั่งขายสบาย ๆ ประมาณนี้แหละ

เรือมาแล้ววววว

เรือมีหลังคาบังแดด พร้อมเก้าอี้ให้นั่งแบบนี้นะคะ

ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที เราก็ข้ามฝั่งมาถึง เจดีย์เยเลพญา (Yele Pagoda) แล้ว ก่อนเข้าไปเจดีย์เยเลพญา ต้องถอดรองเท้าและถุงเท้าก่อนน๊าาา

ซื้อตั๋วค่าเข้าคนละ 3000 จ๊าด หรือประมาณ 62 บ. ค่ะ

คนส่วนใหญ่เท่าที่เห็นวันนี้จะเป็นชาวพม่าเอง สังเกตุได้จากการแต่งตัวและปะแป้งทานาคา ดูดีมีสเน่ห์จริง ๆ ค่ะ

ประวัติ เจดีย์เยเลพญา (Yele Pagoda) คือเจดีย์กลางน้ำที่ตั้งอยู่ในเมืองสิเรียม (Syriam) และมีตำนานเล่าว่าเจดีย์แห่งนี้สร้างโดยเศรษฐีชาวมอญเมื่อประมาณพันกว่าปีก่อน ในยุคที่อาณาจักรมอญเรืองอำนาจ โดยเศรษฐีคนนี้ได้ตั้งจิตอธิษฐานไว้ว่า หากมีน้ำท่วม ก็ขอให้ไม่ท่วมองค์เจดีย์ และหากมีคนมาสักการะกราบไหว้มากเท่าไหร่ ก็ขอให้คนไม่เต็มล้นพื้นที่ เพราะเจดีย์แห่งนี้สร้างอยู่บนพื้นที่ที่ไม่ได้ใหญ่มากนักบนเกาะกลางน้ำ เชื่อกันว่าใครที่อยากทำมาค้าขายกิจการรุ่งเรือง ต้องมาไหว้ขอพรและทำบุญที่นี่ ก็จะสมปรารถนาได้ เมื่อมาถึงแล้วก็อย่าลืมไปสักการะให้ครบทุกที่นะคะ ทั้งเจดีย์องค์ประธานที่บรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ อีกทั้งพระอุปคุต ที่ชาวพม่านิยมมาสักการะบูชาเพื่อโชคลาภและความมีกินมีใช้ไม่ขาดสาย สาธุ!!!

เดินชมบรรยากาศรอบ ๆ แล้ว ก็มาถ่ายรูปพร้อมหน้าพร้อมตากันสักรูปก่อนกลับ

ไหว้พระอิ่มอกอิ่มใจแล้ว เราจะพักไหว้พระ ไปชิล ๆ เดินช้อปที่ตลาดสก๊อตในเมืองย่างกุ้งกันต่อค่ะ พี่ทินโซ่บอกว่าหาของทุกอย่างได้ที่นี่ เอ้าาาา ไป

ตลาดสก๊อต (Scott Market) หรือเรียกอีกอย่างว่า ตลาดโบ-ยก อองซาน (Bogyoke Aung San Market) แลนด์มาคแหล่งศูนย์รวมของฝากทุกชนิด เป็นตลาดที่มีสินค้าหลากหลายมาก ตั้งแต่อาหาร เสื้อผ้า ของที่ระลึกต่าง เครื่องประดับ งานศิลป์ ถ้วยชามจีนโบราณ ฯลฯ เอาจริง ๆ อารมณ์คล้ายกับจตุจักรบ้านเรานี่แหละค่ะ ต่างกันตรงที่บ้านเราดูเป็นระเบียบกว่าเท่านั้นเอง


 

จริง ๆ แล้วก็คล้าย ๆ ประตูน้ำด้วยนะคะ เพราะมีขายแบบทั้งปลีกและส่งด้วย

คนขายส่วนใหญ่จะพูดไทยได้นะคะ บางร้านบอกราคาเป็นภาษาไทยกันเลยทีเดียว แถมยังจ่ายเป็นเงินไทยได้ด้วย

และนี่คือสภากาแฟในตลาดสก๊อตค่ะ เห็นแล้วต้องร้องโอ้วววว

ใจจริงก็อยากจะลองไปนั่งจิบชาสักแก้ว แต่อีกใจก็ไม่กล้าพอออ 5555

ตลาดสก็อต (Scott Market) อยู่ใกล้กับอาคารการรถไฟของประเทศพม่าในกรุงย่างกุ้ง และอยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้าง Junction City ห้างที่ฮอตที่สุดในย่างกุ้งเลยก็ว่าได้ ตลาดสก็อต เปิดเวลา 10.00 – 17.00 น. (ปิดวันจันทร์) ใครอยากซื้อของฝากอย่าลืมแวะนะ ราคาไม่แพงด้วย

ไปช้อปปิ้งเสร็จแล้ว ก็ขอให้พี่ทินโซ่พากลับมาโรงแรมอาบน้ำแต่งตัวให้เข้ากับชาวบ้านที่นี่หน่อย

เดินทางต่อไปยังจุดไฮไลท์ของทริปนี้ค่ะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที

แค่ทางเข้าก็ยิ่งใหญ่อลังการมากแล้วจ้า รีบไปซื้อตั๋วเข้าไปชมด้านในกันเถอะ

จุดจำหน่ายตั๋วค่าเข้า พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) ราคา 10000 จ๊าด/คน หรือประมาณ 207 บ. ค่ะ

 

บอกได้คำเดียวเลยว่า ยิ่งใหญ่ อลังการ สมแล้วที่ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก แต่ก็ยังไม่บางส่วนที่กำลังปรับปรุงอยู่ด้วยนะคะ ไม่งั้นคงได้เห็นความสวยงามมากกว่านี้แน่ ๆ และที่สำคัญคือคนเยอะมาก

พาเดินชมความสวยงามรอบ ๆ กันค่ะ

อย่าลืมไหว้พระขอพรประจำวันเกิดกันด้วยนะคะ

ฟ้าเริ่มมืดแล้ว และก็ยิ่งทำให้ที่นี่สวยมากกว่าเดิมอีกค่ะ ช่วงเย็น ๆ คนจะเริ่มเยอะมากขึ้นด้วย

สวยงามมากจริง ๆ แค่นี้ก็คุ้มแล้วค่ะสำหรับทริปนี้ ใครที่มาต้องไปบูชาพระเจดีย์ด้วยการเดินเวียนเทียนวนขวาตามเข็มนาฬิกา 3 รอบเพื่อความเป็นสิริมงคล เสร็จแล้วก็ไปรดน้ำพระประจำวันเกิดและบูชาด้วยดอกไม้หอม และอย่าลืมไปขอพรจากองค์พระมหาเจดีย์ ณ ลานอธิษฐานเพื่อจะได้สมปรารถนาในสิ่งที่หวังด้วย

ประวัติคร่าว ๆ ของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda) เจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของพม่า และยังเป็นพระธาตุประจำปีมะเมีย แนะนำให้ไปตั้งแต่ช่วงเย็นและอยู่ไปจนถึงตอนค่ำ เพื่อจะได้เห็นเจดีย์ทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งในตอนกลางคืนก็จะสวยมากเป็นพิเศษ เพราะเจดีย์สีทองเหลืองอร่ามจะสะท้อนกับแสงไฟ ยิ่งใหญ่ อลังการมากจริง ๆ ปลื้มใจกับวันนี้แล้วกลับไปนอนพักผ่อนกันค่ะ

อ้อ เกือบลืมบอกไปว่าวันนี้เราใช้ Pocket Wifi ทั้งวันแบตก็ยังไม่หมดนะคะ แค่เกือบ 5555 เพราะแชร์กันกระจายเลยทีเดียว แต่ความเร็วดีต่อเนื่อง ก่อนนอนคืนนี้ขอชาร์จแบตไว้ลุยพรุ่งนี้ต่อ

เริ่มต้นวันนี้กับสถานที่แรกที่พี่ทินโซ่จะพาเราไปนั่นก็คือ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือ 
พระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha) 

ที่นี่ไม่เสียค่าตั๋วเข้านะคะ เลยแวะมาอุดหนุนร้านค้าให้ทาแป้งทานาคาให้หน่อย กระปุกละ 20 บ. พร้อมวาดลวดลายให้ด้วย

พระนอนตาหวาน เป็นพระนอนปางพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ มีความยาวกว่า 70 เมตร เป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดและมีความงดงามที่สุดของประเทศพม่า ทั้งพระพักตร์และขนตาที่งดงาม ดวงตาของท่านเป็นแก้ว โดยเฉพาะรวมไปถึงพระจีวรที่มีความพริ้วไหวสมจริงและเมื่อเดินมายังปลายสุดพระบาทของพระนอนองค์นี้ ตรงที่พระบาทมีภาพวาดเป็นมิ่งมงคลสูงสุด เพราะประกอบด้วยลายลักษณะธรรมจักร ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาทและล้อมด้วย รูปมงคล 108 ประการ สวยงามมากจริง ๆ

เดินทางต่อมาที่ วัดงาทัตจี Nga Htat Gyi Pagoda ที่นี่จะมีพระพุทธรูปปรางค์สมาธิ ที่มีความสูงประมาณ ตึก 5 ชั้นเลยทีเดียว นอกจากที่วัดจะมีพระประธานองค์ใหญ่แล้ว บริเวณรอบ ๆ องค์พระประธานก็จะมีพระพุทธรูปประจำวันเกิด ให้ผู้คนได้สักการะด้วย โดยการสักการะนั้นกระทำได้โดยการสรงน้ำ ประดุจดังสรงน้ำพระในวันสงกรานต์ และจำนวนครั้งที่สรงน้ำถือตามอายุ

ดีใจที่ครั้งหนึ่งได้มาดูความสวยงามที่นี่ค่ะ

พักเรื่องวัดกันสักแปปมาดูบรรยากาศวิวเมืองของย่างกุ้งกันบ้างดีกว่า เจดีย์สุเล เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ณ เมืองย่างกุ้ง หรือที่เรียกกันว่า สุเลพญา (Sule Paya) ตั้งอยู่ใจกลางเมือง (ถ้าเป็นกรุงเทพฯ ก็ประมาณอนุสาวรีย์ชัยฯ) ถนนสายหลักทุกสายพุ่งเข้าหาเจดีย์นี้ นั่นเพราะว่าในสมัยที่อังกฤษครองพม่า ได้วางผังเมืองแบบ Victorian grid-plan โดยยึด เจดีย์สุเล เป็นศูนย์กลาง ถ้าไปดูแผนที่ตัวเมืองย่างกุ้ง จะเห็นว่าถนนตัดกันเป็นบล๊อคสี่เหลี่ยมแล้วมีเจดีย์สุเลอยู่ตรงกลาง

ถ่ายรูปชิค ๆ กับตึก AYA BANK 

สวนสาธารณะใจกลางเมือง Maha Bandoola Garden และมุมนี้ยังมองเห็น Yangon City Hall อีกด้วยนะคะ

จากสวนสาธารณะยังมีมุมที่มองเห็นตึกสีแดงสวยงามที่ชาวอังกฤษสร้างไว้ครั้งตอนที่พม่าเป็นเมืองขึ้นของประเทศอังกฤษ เรียกได้ว่ามาที่นี่มีมุมสวย ๆ เพียบค่ะ

สวยงามตามท้องเรื่อง

มาค่ะ ก่อนกลับไทยเรามาถึงจุดไฮไลท์ของทริปนี้อีกหนึ่งจุดที่ยังไงก็ต้องมาให้ได้ นั่นก็คือ วัดโบตาทาวน์ เทพทันใจและเทพกระซิบ สองเทพแห่งพม่าที่คนไทยเรานิยมเดินทางไปขอพรกัน เชื่อว่าจะช่วยให้สมปรารถนาได้ตามที่ขอ ตื่นเต้นจังเลย อิอิ

เจดีย์โบตาทาวน์ ตามตำนานเล่าขานว่า เมื่อราว 2,000 ปีก่อน พระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์มอญทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศาธาตุ ที่อัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือดากอง จึงสร้างเจดีย์โบตาทาวน์ไว้เป็นที่ระลึกในบริเวณนี้ พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้น มาบรรจุไว้ จึงเป็นหนึ่งในมหาบูชาสถานของชาวมอญและพม่าเรื่อยมา ต่อมาเจดีย์โบตาทาวน์องค์เดิมได้ถูกผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้พังทลายลงมา ในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ ต่อมาจึงได้สร้างเจดีย์องค์ใหม่ แล้วนำพระเกศาธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการะบูชาได้อย่างใกล้ชิด

ข้างในเจดีย์สวยมากค่ะ เมื่อเข้าไปกราบไหว้ในเจดีย์เสร็จเราจะออกไปไหว้ขอพรหลวงพ่อทันใจกันต่อค่ะ

การสักการะเทพทันใจ จะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการเรื่องของสักการะอยู่ด้านหน้าของวัด ซึ่งจะประกอบไปด้วยมะพร้าว กล้วย ใบชนะ ผ้าคล้องคอ ร่มฉัตรกระดาษ ดอกไม้ พร้อมทั้งธนบัตรจำนวน 2 ใบ ให้ม้วนธนบัตรเป็นรูปกรวย สอดไปในมือของเทพทันใจ จากนั้นนำหน้าผากของเราไปแตะชิดที่นิ้วชี้ของเทพทันใจที่ชี้มา พร้อมอธิษฐาน ให้อธิษฐานได้เพียงข้อเดียวเท่านั้นถึงจะสัมฤทธิ์ผล เสร็จแล้วจึงดึงนำธนบัตรออกมา 1 ใบ เพื่อเก็บไว้เป็นสิริมงคล จากนั้นเดินจับรูปปั้นเทพทันใจรอบๆ  รวมถึงจับไม้เท้าท่านด้วย แล้วคนทำพิธีจะให้ใบชนะแก่เรา และให้เรานำผ้าไปคล้องคอเทพทันใจ เป็นอันเสร็จพิธี

ร้านขายชุดของไหว้

สาธุ ขอให้ลูกสมพรอย่างใจหวังด้วยนะคะ (ขอได้แค่ 1 อย่างเท่านั้นนะคะ)

เมื่อไหว้ขอพรเทพทันใจเสร็จแล้วเราเดินข้ามฝั่งมาที่เทพกระซิบกันค่ะ

ราคาชุดของไหว้

เทพกระซิบ หรือ เมี๊ยะนานหน่วย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์ ตามตำนานกล่าวไว้ว่า เทพกระซิบเป็นธิดาของพญานาคที่มีความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก เชื่อว่าถ้ากระซิบขออะไรแล้วจะสมหวังอีกด้วย



วิธีขอพรจากเทพกระซิบ การเคารพและบูชาเทพกระซิบ จะบูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก และผลไม้ และกระซิบเพื่อขอพรท่าน ซึ่งเมี๊ยยะนานหน่วยนั้นถือได้ว่าเป็นเทพที่ให้แต่พรและความโชคดีแก่ทุกๆคนที่มาขอพร อิ่มใจกันไปถ้วนหน้า

จบทริปย่างกุ้งของเราแบบสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วค่ะ โดยรวมแล้วถือว่าประทับใจสุด ๆ สำหรับครอบครัวที่อยากยกที่บ้านมาเที่ยวย่างกุ้งมาแบบแฟมิลี่ทริปได้สบาย ๆ ค่ะ เด็ก ๆ แฮปปี้ คุณยายอิ่มบุญ วัยรุ่นอย่างเราก็อิ่มใจ การเดินทางในย่างกุ้งถ้าไม่เช่ารถพร้อมคนขับแบบเรา ก็ใช้บริการ Grab ได้ค่ะ ราคาถูกว่า Grab บ้านเรา แต่ยังไงก็ขอฝากพี่ทินโซ่ไว้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากหารถเช่าพร้อมคนขับแล้วยังได้ไกด์ดี ๆ คอยช่วยเหลือทุกอย่าง ถือของ พาเดินช้อปปิ้ง ต่อราคา หรือแม้กระทั่งอุ้มเด็ก ๆ ให้เราด้วย อยากไปไหนพี่ทินโซ่จัดให้ บริการดีจริง ๆ ค่ะ ประทับใจเรามากเลย สนใจติดต่อได้ที่ Line ID : tinsoetourguide แล้วพบกันใหม่ทริปหน้านะคะ ทริปนี้เอาบุญมาฝากทุกคนแล้วน๊าาาา

Powered by MakeWebEasy.com